ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 23 June 2024 นาทีในการอ่าน

MUJI ตอบโจทย์คนไทย ชูกลยุทธ์ Localization-บุกต่างจังหวัด

3090 Views 234 77
แชร์:
MUJI ตอบโจทย์คนไทย ชูกลยุทธ์ Localization-บุกต่างจังหวัด

MUJI ตอบโจทย์คนไทย ชูกลยุทธ์ Localization-บุกต่างจังหวัด

ในช่วงตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2567 นี้ยุทธศาสตร์ในประเทศไทยของ มูจิ (MUJI) แบรนด์ของใช้ในชีวิตประจำวันสัญชาติญี่ปุ่น จะมีความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งสารพัดสินค้าใหม่ที่ไม่เคยมีขายที่ไหนมาก่อนจากแนวทางการพัฒนาสินค้าแบบ Localization รวมถึงบริการใหม่ ๆ ในสาขา อย่างตลาดนัดมูจิ ไปจนถึงการขยายสาขาที่มุ่งต่างจังหวัดมากขึ้น พร้อมเร่งสปีดการเปิดสาขาเป็นปีละ 8-10 สาขา ต่อเนื่อง 3 ปี

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “อกิฮิโร่ คาโมการิ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ถึงแนวทางในการทำให้มูจิใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาสินค้าของใช้-อาหารใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ชาวไทยโดยเฉพาะ รวมถึงนโยบายของมูจิจากนี้ไป

ตั้งทีม R&D ในไทยปั้นสินค้า

“อกิฮิโร่ คาโมการิ” กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีภารกิจหลัก 2 ด้าน คือ การนำเสนอสินค้าของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยทุกคนและมีคุณภาพดีในราคาจับต้องได้ ด้วยแนวคิด Localization ทั้งตัวสินค้าและวัตถุดิบ อีกภารกิจคือ การเป็นศูนย์รวมของผู้คนในชุมชน (Community Center) ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ผ่านการร่วมมือพัฒนาสินค้า จัดหาวัตถุดิบรวมถึงจัดกิจกรรมที่สนับสนุนชุมชนในด้านต่าง ๆ

โดยแนวคิดการพัฒนาสินค้าแบบ Localization นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคเป้าหมายเท่านั้น ยังต้องวางแผนแบบรอบด้านให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการจัดหาวัตถุดิบในท้องถิ่น ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของวัตถุดิบ ราคาจับต้องได้ รวมไปถึงศักยภาพที่จะต่อยอดส่งออกสินค้านั้น ๆ ไปจำหน่ายในมูจิประเทศอื่น ๆ ขณะที่ยังรักษาตัวตนของมูจิไว้ด้วย

ตัวอย่างเช่น ในเวียดนามบริษัทมีทีมวิจัยพัฒนาวัตถุดิบ-สินค้า Localization ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น มาพัฒนาการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น อย่างไม้ยางพาราจากต้นยางที่ไม่ผลิตน้ำยางแล้วมาผลิตเฟอร์นิเจอร์ หรือนุ่นซึ่งเป็นพืชที่ใช้สารเคมีในการปลูกน้อยมาผลิตสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า

ขณะนี้บริษัทย้ายทีมวิจัยพัฒนาวัตถุดิบ-สินค้านี้จากเวียดนามมาประจำในไทยแล้ว และอยู่ระหว่างลงพื้นที่วิจัยวิถีชีวิตของคนไทย ด้วยการสำรวจบ้านเรือน รวมถึงพูดคุยกับคนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ แบบเจาะลึกว่าคนไทยใช้ชีวิตยังไง ใช้สินค้าอะไร เพื่อหาโจทย์ที่จะนำมาพัฒนาเป็นสินค้าที่ช่วยชีวิตง่ายขึ้น

พร้อมกับหาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการนำมาผลิตเป็นสินค้าได้ เน้นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ต้องใช้สารเคมีในการปลูก รวมถึงหากปล่อยไว้อาจสร้างปัญหากับสิ่งแวดล้อม เช่น ผักตบชวา หรือไม้ไผ่

และตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 จะเริ่มตั้งทีมวิจัยพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารและขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยด้วย โดยทีมงานจากญี่ปุ่นจะลงพื้นที่ในแต่ภาค เพื่อปรับสูตรให้เข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นและถูกปากชาวไทยมากที่สุด รวมถึงหาฐานการผลิตในไทย

คาดว่าสินค้า Localization ของไทยชุดแรกประมาณ 20 รายการซึ่งเป็นของใช้ในบ้านอาจเริ่มวางจำหน่ายช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2567 นี้ โดยจะวางจำหน่ายในไทยเป็นที่แรก และหากผลตอบรับดีจะส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน และทั่วโลกต่อไป ส่วนสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในไทย และกลุ่มอาหารยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะวางเป้าหมายให้ในอนาคตสินค้า Localization จากไทยมีสัดส่วนสูงกว่าสินค้าจากญี่ปุ่น แต่ดีไซน์และฟังก์ชั่นของสินค้าเหล่านี้จะยังคงมีตัวตนความเป็นมูจิเช่นเดิม จากการใช้ทีมงานญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์พัฒนาสินค้ามูจิมาอย่างยาวนาน เนื่องจากการ Localization เป็นหนึ่งในแนวทางของมูจิมาโดยตลอด และประสบความสำเร็จสูง ตัวอย่างเช่น เซตไม้ถูพื้นพร้อมถัง ที่มีจำหน่ายเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับความนิยมสูงจนขาดตลาดบ่อยครั้ง

ส่วนการเริ่มพัฒนาสินค้า Localization ในไทยช่วงนี้ เป็นเพราะความพร้อมด้านขนาดสาขาที่เพิ่มจาก 500 ตร.ม. เป็นประมาณ 1,500-2,000 ตร.ม. จึงมีพื้นที่พร้อมสำหรับสินค้าและบริการใหม่ ๆ

เปิดตลาดนัดมูจิ หนุนชุมชน

โดยในระหว่างการพัฒนาสินค้า Localization และวัตถุดิบจากประเทศไทยนี้ บริษัทจะเดินหน้าภารกิจที่ 2 อย่างการวางโพซิชั่นให้ร้านมูจิเป็นศูนย์รวมของผู้คนในชุมชนต่าง ๆ ของไทยและการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นไปพร้อมกัน

มีโครงการนำร่องเป็นตลาดนัดมูจิ ซึ่งเปิดให้ร้านค้าและซัพพลายเออร์ท้องถิ่นเข้ามาขายสินค้าคราฟต์ แฮนด์เมด อาหาร และงานศิลปะท้องถิ่น โดยบริษัทจะคัดร้านค้าตามแนวคิด “การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและยั่งยืน”

ล่าสุดจัดที่ร้านมูจิ สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น ในช่วง 13 มิ.ย. 67-31 ก.ค. 67 โดยจะมีร้านท้องถิ่น เช่น ร้านคาเฟ่ Donbom Brand, Jutatip แบรนด์แฟชั่นไทยที่ใช้เส้นใยรีไซเคิล, ร้านสินค้าแฟชั่น Bwild Isan และร้าน Mekin Farm เป็นต้น

หลังก่อนหน้านี้ทดลองจัดที่ร้านมูจิ สาขาเซ็นทรัล เชียงใหม่แอร์พอร์ตเมื่อปลายปี 2566 ด้วยการใช้ประโยชน์จากการมีพื้นที่ใหญ่ 3,000 ตร.ม. เปิดให้สินค้าโดยมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก

นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับ Normal Shop ผู้ให้บริการจุดรีฟิลหรือเติมผลิตภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ เปิดจุดเติมสบู่ ยาสระผม น้ำยาซักผ้า ฯลฯ

รวมถึงนำผลิตภัณฑ์จากมะคำดีควาย มาจำหน่ายในสาขาต่าง ๆ เพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีในสาขาเซ็นทรัล ชิดลม, ดิ เอ็มควอเทียร์, ราชพฤกษ์ และเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนแนวคิด Zero Waste หรือการลดขยะ

สปีดครบ 70 สาขาใน 3 ปี

นอกจากด้านสินค้า ผู้บริหารมูจิยังเปิดเผยแผนเร่งสปีดการขยายสาขามูจิในประเทศไทยด้วย โดย อกิฮิโร่ คาโมการิ ระบุว่า ตั้งเป้าหมายมีร้านมูจิในไทยครบ 70 สาขา ภายในปี 2571 เพิ่มจาก 35 สาขาในปัจจุบัน โดยตั้งแต่ปี 2568 จะเร่งปักธง 8-10 สาขา/ปี สำหรับทำเลจะเน้นต่างจังหวัดเป็นหลัก ส่วนปี 2567 นี้จะเปิด 4 สาขา รวมสาขาขอนแก่น และอุดรธานี ทำให้สิ้นปีมีสาขารวม 39 สาขา

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโมเดลร้านแบบสแตนด์อะโลนด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มนำมาใช้หลังจากบรรลุเป้า 70 สาขาแล้ว

การขยายสาขาในต่างจังหวัดนี้ระยะแรกจะเน้นภาคอีสาน เนื่องจากมีศักยภาพหลายด้าน อาทิ หลายจังหวัด เช่น อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่มีผู้บริโภคจำนวนมากและระดับรายได้สูง อีกทั้งยังสามารถดึงดูดผู้บริโภคชาวลาวให้เข้ามาใช้บริการได้ ขณะเดียวกันยังมีโอกาสให้บริษัทสามารถจับมือคอลลาบอเรชั่นกับผู้ประกอบการท้องถิ่นได้หลากหลายอีกด้วย

พร้อมกันนี้จะดำเนินการขยายสาขา ควบคู่ไปกับการสื่อสารแบบ Localization อย่างเข้มข้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคต่างจังหวัดยังไม่รู้จักมูจิมากนัก

ขณะที่จำนวนไม่น้อยเข้าใจว่ามูจิเป็นแบรนด์สินค้าราคาแพง จึงต้องเร่งสื่อสารเน้นย้ำเรื่องราคาสินค้าที่จับต้องง่ายและคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ผ่าน KOL หรืออินฟลูเอนเซอร์ระดับท้องถิ่นและระดับไมโคร โดยคัดผู้ที่ใช้สินค้ามูจิอยู่แล้วมาช่วยสื่อสาร เช่นเดียวกับการปูพรมใช้สื่อในท้องถิ่น เช่น แรปรถเมล์, โฆษณาวิทยุ, ติดโปสเตอร์ในคาเฟ่ ฯลฯ

“เชื่อว่ายุทธศาสตร์เหล่านี้จะช่วยให้มูจิใกล้ชิดกับคนไทยมากขึ้น จนกลายเป็นแบรนด์สินค้าในชีวิตประจำวันที่ใช้งานได้จริงและราคาจับต้องได้ของคนไทยทุกคน เช่นเดียวกับที่แบรนด์เป็นในตลาดประเทศญี่ปุ่น พร้อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน”

20/6/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 20 มิถุนายน 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี