ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 09 August 2024 นาทีในการอ่าน

MAGURO รุกขยายร้านอาหารเจาะทำเลทอง ดันรายได้ครึ่งปีหลังโต 30%

1872 Views 165 114
แชร์:
MAGURO รุกขยายร้านอาหารเจาะทำเลทอง ดันรายได้ครึ่งปีหลังโต 30%

MAGURO รุกขยายร้านอาหารเจาะทำเลทอง ดันรายได้ครึ่งปีหลังโต 30%

MAGURO ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น-เกาหลี เปิดงบฯโชว์ผลงานครึ่งปีแรก กวาดรายได้ 618 ล้านบาท กำไร 33 ล้านบาท ด้าน “เอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง” ซีอีโอ ย้ำครึ่งปีหลังพร้อมเปิดเกมรุกขยายเครือข่ายร้านอาหารเจาะทำเลทองอีก 11 สาขา พร้อมเดินหน้าเน้นตลาดพรีเมี่ยมกำลังซื้อสูงหนุน Membership แตะ 200,000 ราย มั่นใจครึ่งปีหลังรายได้โตตามเป้า 30%

วันที่ 9 สิงหาคม 2567 นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า “ในสภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างตึงตัว แต่ผลการดำเนินงานของ MAGURO ในครึ่งปีแรก 2567 มีรายได้รวมที่ขยายตัวมากกว่ารายได้รวมใน 6 เดือนแรกของปีก่อนถึง 117 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้อยู่ที่ 321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ที่ 297 ล้านบาท และเติบโต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากสาขาที่เปิดใหม่ 2 สาขา ด้านกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 33 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้อยู่ที่ 18 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลงจากกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1 ปีนี้ที่ 20 ล้านบาท เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายรายการพิเศษครั้งเดียวในการดำเนินการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 7 ล้านบาท และยังมีต้นทุนวัตถุดิบแซลมอนที่เพิ่มสูงขึ้นจากสภาพภูมิอากาศ

รวมถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงสาขาเดิมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแผนการลงทุนที่ทางบริษัทได้วางไว้แต่เดิมอยู่แล้ว เพื่อพัฒนาศักยภาพร้านอาหารให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเดิม หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาใช้บริการ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Give More Culture” หรือ “การให้มากกว่าที่ขอ” ที่เราใช้ในการบริหารธุรกิจมาโดยตลอด

สำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทมีแผนเดินหน้าขยายร้านอาหารเพิ่ม 11 ร้าน จากครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 2 ร้าน และมั่นใจว่าจะสามารถเปิดสาขาได้มากกว่าเป้ารวมที่ตั้งไว้เป็น 13 ร้าน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าระดับพรีเมี่ยม และพรีเมี่ยม-แมส ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จึงทำให้สิ้นปีนี้ Maguro จะมีเครือข่ายทั้งหมด 38 สาขาภายใต้ 4 แบรนด์ นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ใหม่ในไตรมาส 4 นี้อีกด้วย

เปิด 2 สาขาใหม่-เจาะย่านกำลังซื้อสูง

ล่าสุด MAGURO ได้เจาะฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงย่านกรุงเทพกรีฑา ทำเลทองบ้านหรู สุดฮอต โดยเปิด 2 สาขาพร้อมกันทั้งมากุโระ และฮิโตริ ชาบู เพื่อรองรับลูกค้าในย่านนี้ ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโครงการบ้านเดี่ยวราคาสูงและค่อนข้างสูงจำนวนมาก

ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับการทานอาหารระดับพรีเมี่ยม ทำให้ปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมด 31 สาขา จาก 4 แบรนด์ คือ

1) MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิสไตล์ระดับพรีเมี่ยม 16 สาขา

2) SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมี่ยม 6 สาขา

3) HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้ หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 8 สาขา และ HITORI คอนเซ็ปต์ใหม่

ล่าสุด 4) HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิมในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course ในรูปแบบ Stand Alone เปิดสาขาแรกที่เอกมัย 12 ไปเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ MAGURO ยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งจากจำนวนสมาชิกที่อยู่ในระบบ (Membership Program) มากกว่า 160,000 ราย (ณ ครึ่งปีแรก) ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 4 นี้ จะสามารถแตะที่ 200,000 รายได้อย่างแน่นอน

“เนื่องจากบริษัทมีการใช้ระบบ CRM (Customer Relation Management) ในการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอโปรโมชั่น และกิจกรรมส่งเสริมการขายให้แก่ลูกค้าได้อย่างตรงจุด ทำให้ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีตามแบบฉบับวัฒนธรรม “Give More” ของ “MAGURO”

เพิ่มเซตเมนู-ดันรายได้สิ้นปีโต

นายเอกฤกษ์กล่าวต่อว่า สำหรับครึ่งปีหลังนี้นอกจากจะมีการขยายสาขา เพิ่มแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามา เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทุกเซ็กเมนต์แล้ว จากการที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านในเครือ MAGURO มีความหลากหลายมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะจำนวนที่มีตั้งแต่ 2-3 ท่าน จนถึงเป็นกลุ่มใหญ่

จึงได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มเซตเมนูที่มีขนาดเล็กลงมา รวมถึงการใช้ระบบ CRM วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งคาดว่ากลยุทธ์การดำเนินงานดังกล่าวที่วางไว้ เมื่อรวมกับการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายรายการพิเศษ และต้นทุนแซลมอนในไตรมาสที่ 3 กลับสู่ภาวะปกติ จะช่วยผลักดันรายได้ครึ่งปีหลังขยายตัวต่อเนื่องและทำให้รายได้ทั้งปี 2567 เติบโตตามที่คาดไว้ที่ประมาณ 30% จากปี 2566

9/8/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 9 สิงหาคม 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี