ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 09 December 2024 นาทีในการอ่าน

อัพเดตเส้นทางรถไฟ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คืบกว่า 20% คาดก่อสร้างเสร็จปี 2571

1398 Views 86 139
แชร์:
อัพเดตเส้นทางรถไฟ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คืบกว่า 20% คาดก่อสร้างเสร็จปี 2571

อัพเดตเส้นทางรถไฟ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คืบกว่า 20% คาดก่อสร้างเสร็จปี 2571

กรมรางอัพเดตเส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ พร้อมสร้างมาตรฐานงานโครงสร้างระบบระบายน้ำและมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในระบบราง คาดก่อสร้างเสร็จ ปี 2571

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางรวมประมาณ 323.1 กม. เป็นทางกว้าง 1 เมตร (Meter Gauge) มีจำนวนสถานีรถไฟทั้งสิ้น 26 สถานี

โดยเริ่มต้นที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ และสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งทางรถไฟมีทั้งรูปแบบทางวิ่งระดับพื้นดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์คู่ทางเดี่ยวจำนวน 4 อุโมงค์ ประกอบไปด้วย อุโมงค์สอง ความยาว 1.175 กม. อุโมงค์งาว ความยาว 6.24 กม. อุโมงค์แม่กา ความยาว 2.7 กม. และอุโมงค์ดอยหลวง ความยาว 3.4 กม.

นอกจากนี้แล้วยังมีการออกแบบก่อสร้างสะพานรถไฟ (Railway Bridge) ทางยกระดับข้ามทางรถไฟ (Overpass) ทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) และรูปแบบอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าในการดำเนินโครงการไปแล้วกว่าร้อยละ 20 คาดก่อสร้างเสร็จปี 2571

นายพิเชฐกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากเส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เป็นเส้นทางที่อยู่ในโซนร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ทำให้บางครั้งเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมสูงเกินความจุของลำน้ำ เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและไหลเข้าสู่เส้นทางในบางจุด

ในปีนี้กรมการขนส่งทางรางจึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำมาตรฐานระบบระบายน้ำโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและจัดทำมาตรการลดความเสี่ยงต่อภัยในระบบราง โดยศึกษาเส้นทางรถไฟบริเวณที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงดินถล่ม ทางทรุด เพื่อนำมาออกแบบงานโครงสร้างเพื่อป้องกันและลดความเสียหายต่อทางรถไฟในกรณีที่เกิดภัยพิบัติขึ้น และมีการศึกษาจากตัวอย่างภัยพิบัติต่อระบบรางและแนวทางการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหากรณีเกิดภัยต่อระบบรางจากต่างประเทศ ได้แก่

สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อินเดีย ออสเตรเลีย จีน และประเทศไทย พร้อมทั้งมีการลงพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดที่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทางรถไฟ ดินถล่มในอดีต รวมถึงวิเคราะห์และพิจารณาในรายละเอียดของอิทธิพลจากน้ำฝน สภาพภูมิประเทศ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตร มีลักษณะเป็นเขตร้อนชื้น มีฝนตก 6-7 เดือน/ปี จึงทำให้น้ำฝนเป็นปัจจัยที่ส่งผลอย่างมากต่อการเกิดภัยในระบบรางของประเทศไทย

ซึ่งจะมีการจัดทำมาตรฐาน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.มาตรฐานโครงสร้างระบบระบายน้ำ สำหรับการแก้ไขภัยพิบัติในพื้นที่ 2.เกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) สำหรับโครงสร้างมาตรฐานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ 3.ระบบแจ้งเตือนที่จะสามารถแจ้งเตือน เมื่อเริ่มมีสัญญาณของการเกิดภัยพิบัติ

ทั้งนี้สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการออกแบบมาตรฐานโครงสร้างระบบระบายน้ำ รวมถึงได้คัดเลือกจุดที่มีความเสี่ยงสูง 10 จุดนำมาออกแบบและจัดทำรายการประมาณการราคา รวมถึงแผนการดำเนินงานแก้ไขระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อส่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน และนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ในอนาคต อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นส่วนช่วยในการวางแผน เพื่อการออกแบบโครงสร้างทางรถไฟให้สามารถรองรับเหตุภัยพิบัติเมื่อเกิดฝนตกหนักได้

นายพิเชฐกล่าวต่อว่า สำหรับการลงพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟเส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ในครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ดูเรื่องการออกแบบและก่อสร้างระบบระบายน้ำ บริเวณอุโมงค์ดอยหลวงและอุโมงค์งาว ซึ่งเป็นอุโมงค์คู่ทางเดี่ยว ปัจจุบันการขุดเจาะดำเนินการได้เร็วกว่าแผนงาน

โดยทั้งสองอุโมงค์ได้มีการออกแบบระบบระบายอากาศภายในอุโมงค์ และระบบระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้น เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป นอกจากนี้ยังมีการออกแบบการป้องกันดินถล่มบริเวณหน้า Portal Tunnel และตลอดแนวเส้นทางรถไฟ โดยมีการตัดความชันของลาดดินให้ลาดต่ำลง เพิ่มท่อระบายน้ำ การดาดผิวหน้าของลาดดิน รวมถึงมีการออกแบบโครงสร้างอุโมงค์ให้ป้องกันแรงแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่งด้วย

อีกทั้งยังได้ลงพื้นที่บริเวณที่มีการก่อสร้างทางลอดใต้ทางรถไฟแบบโค้ง (Railway Arch Culvert / BEBO) ซึ่งนำมาใช้ในโครงการนี้เป็นโครงการแรกของประเทศไทย โดยก่อสร้างด้วยคอนกรีตหล่อเสริมเหล็กแบบโค้งสำเร็จรูปจากโรงงาน ลดปริมาณวัสดุที่ต้องใช้ แต่มีความแข็งแรงและมีการกระจายน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรับแรงกดได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับสะพานแบบคานตรงทั่วไป สามารถขนส่งไปติดตั้งได้ง่ายที่หน้างาน ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง ช่วยเพิ่มความสูงจากเดิม 2.5-3 เมตร เป็น 4 เมตร

และเพิ่มความกว้างให้ทางลอด เพิ่มทัศนวิสัยและลดผลกระทบให้ประชาชนสามารถสัญจรได้สะดวกกว่าท่อลอดแบบเหลี่ยม (Box Culvert) ในอดีต นอกจากนี้ โครงการยังมีการก่อสร้างลานกองเก็บตู้สินค้า (Container Yard (CY)) 1 แห่ง เพื่อเป็นจุดขนถ่ายและกระจายสินค้า ที่เชื่อมต่อกับขนส่งรูปแบบต่าง ๆ เช่น รถบรรทุกสินค้า และรถเทรลเลอร์ เพื่อขนส่งสินค้าเชื่อมต่อไปยังพรมแดน สปป.ลาว และสามารถกระจายสินค้าทางบกเข้าสู่ประเทศเมียนมา รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อีกด้วย

นายพิเชฐกล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางรางได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นต่อระบบราง โดยได้ดำเนินโครงการศึกษาเพื่อจัดทำระบบแจ้งเตือนภัย (DRT Alert) รวมถึงการออกแบบปรับปรุงโครงสร้างทางรถไฟ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ อันจะช่วยให้ลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่มีต่อการเดินรถ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการระบบรางมากยิ่งขึ้นต่อไป

2/12/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 2 ธันวาคม 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี