ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 09 October 2024 นาทีในการอ่าน

‘ไทยเบฟ’ ทุ่มลงทุน 1.8 หมื่นล้าน ขยายโรงเหล้า-เบียร์-ฟาร์มโคนม

4444 Views 296 45
แชร์:
‘ไทยเบฟ’ ทุ่มลงทุน 1.8 หมื่นล้าน ขยายโรงเหล้า-เบียร์-ฟาร์มโคนม

‘ไทยเบฟ’ ทุ่มลงทุน 1.8 หมื่นล้าน ขยายโรงเหล้า-เบียร์-ฟาร์มโคนม

“ไทยเบฟ” โชว์ตัวเลขรายได้ 9 เดือน มูลค่ารวม 2.17 แสนล้านบาท เดินหน้าลงทุนตามโรดแมปสร้างการเติบโต 5 ปี วางแผนลงทุนใหม่ 1.8 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานสุรา-เบียร์-ฟาร์มโคนม ยึดหัวหาดตลาดอาเซียน-นิวซีแลนด์ เปิดแนวรบเต็มรูปแบบชิงดีมานด์ตลาดสุรา-เบียร์-น็อนแอลกอฮอล์ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลอัพเกรดระบบซัพพลายเชน เสริมแกร่งความสามารถแข่งขันแบรนด์ไทยสู่โลก โฟกัสโมเดลธุรกิจเติบโตยั่งยืนเคียงคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ผลดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2567) กลุ่มไทยเบฟมีรายได้จากการขายรวม 217,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากช่วงเดียวกันของปี 2566 มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดบัญชี (EBITDA) 38,595 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจเบียร์และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นผลจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

“สถานการณ์ 9 เดือนแรกมีความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคมาได้ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง และการบริหารอัตรากำไรและความเสี่ยงอย่างมีวินัย ทำให้เรามีผลการดำเนินงานดีในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 เช่นเดียวกับในช่วง 5 ปี (2562-2566) ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเรากำลังมองไปข้างหน้า โดยนำจุดแข็งทางการแข่งขันและขีดความสามารถหลักของเรามาเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และสร้างมูลค่าให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม”

ทั้งนี้ ไทยเบฟฯต่อยอดความสำเร็จจากแผน Passion 2025 ด้วยการเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนสู่ Passion 2030 ซึ่งเป็นแผนการดำเนินงานของกลุ่มเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีหน้า

รุกลงทุนต่อเนื่อง 1.8 หมื่นล้าน

สำหรับการลงทุนใหม่ บริษัทมีแผนเดินหน้าลงทุนด้านต่าง ๆ มูลค่าลงทุนรวม 18,000 พันล้านบาท อาทิ ฟาร์มโคนมในมาเลเซีย 8,000 ล้านบาท, โรงงานเบียร์และธุรกิจอื่น ๆ ในกัมพูชา 1,500 ล้านบาท เป็นต้น เพื่อเสริมศักยภาพการทำธุรกิจและชิงความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน็อนแอลกอฮอล์ระดับอาเซียน และระดับโลก ประกอบด้วย

1.การลงทุนในธุรกิจเบียร์ บริษัทเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตเบียร์ในประเทศกัมพูชา คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2569 มีกำลังผลิตเริ่มต้น 50 ล้านลิตร เพื่อรองรับดีมานด์ในตลาดเบียร์กัมพูชาที่เติบโตเร็วที่สุด และมีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของอาเซียนในด้านปริมาณการขาย รวมถึงมีปริมาณการบริโภคสูงถึง 10 ล้านเฮกโตลิตร/ปี สะท้อนถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ตลาดเบียร์ในกัมพูชามีความน่าสนใจ เมื่อเทียบกับตลาดประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ เช่น เวียดนามที่กำลังเผชิญความท้าทายจากการบังคับใช้กฎหมายเมาแล้วขับฉบับใหม่ ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงทำให้การบริโภคเบียร์ในเวียดนามลดลง

2.ธุรกิจสุรา บริษัทมีแผนลงทุนขยายกำลังผลิตวิสกี้ในประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดสุราพรีเมี่ยม

3.ธุรกิจเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ บริษัทเดินหน้าลงทุนโครงการฟาร์มโคนม ที่ริเริ่มโดย F&N ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในธุรกิจเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ระดับอาเซียน ทั้งจากการรองรับดีมานด์นมในมาเลเซียที่กำลังเกิดปัญหาขาดแคลนนม และโอกาสต่อยอดให้หน่วยธุรกิจในมาเลเซียเป็นฮับด้านอาหาร-เครื่องดื่มฮาลาล เจาะตลาดประเทศมุสลิมอื่น ๆ เช่น อินโดนีเซีย ในอนาคตอีกด้วย

4.นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ อาทิ ประยุกต์ใช้ระบบขายอัตโนมัติ (Sales Automation) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต การดำเนินงาน รวมถึงการกระจายสินค้า โดยวางแผนพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า และเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับแผนสร้างการเติบโตในอนาคต

ส่งสุราพรีเมี่ยมไทยบุกตลาดโลก

นายฐาปนกล่าวถึงรายละเอียดผลดำเนินการ 9 เดือนแยกรายกลุ่มธุรกิจ ดังนี้ กลุ่มธุรกิจสุรา มีรายได้จากการขาย 92,788 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.9 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 มีกำไรก่อนดอกเบี้ย (EBITDA) ลดลงร้อยละ 1.3 สาเหตุหลักมาจากปริมาณขายรวมที่ลดลงร้อยละ 2.7 เนื่องจากการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไทย แต่ชดเชยด้วยรายได้ธุรกิจในประเทศเมียนมาที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากปีก่อน

หลังจากนี้ นอกจากการเพิ่มกำลังผลิตสุราพรีเมี่ยมในต่างประเทศแล้ว จะมุ่งทำตลาดสุราพรีเมี่ยมสัญชาติไทยในตลาดโลก โดยมียี่ห้อใหม่ “ปราการ-Prakaan” ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมี่ยม เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อน เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างไทย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น

ธุรกิจเบียร์-อาหารเติบโตเด่น

กลุ่มธุรกิจเบียร์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 มี EBITDA ของการเติบโตร้อยละ 10.2 ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 เป็น 93,793 ล้านบาท จากการลงทุนในตราสินค้าและกิจกรรมทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ลดลง แม้ปริมาณขายรวมจะลดลงร้อยละ 2.9

ทั้งนี้นอกจากการลงทุนในกัมพูชาแล้ว ในไทยจะดำเนินกลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อชิงความได้เปรียบ อาทิ เพิ่มสัดส่วนพื้นที่บนชั้นวางสินค้าในร้านค้า และพัฒนาตราสินค้าแมสพรีเมี่ยมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจอาหาร มีรายได้จากการขาย 15,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 เป็นผลจากการขยายธุรกิจต่อเนื่อง ในขณะที่ EBITDA ลดลงร้อยละ 0.6 เป็น 1,438 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มไทยเบฟฯใช้กลยุทธ์ปรับรูปแบบร้านตามทำเลยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ และผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มไทยเบฟฯพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารจัดการระบบซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น

รุกเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์

กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ มีรายได้จากการขาย 15,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 ตามปริมาณขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 ปัจจัยหลักมาจากกิจกรรมส่งเสริมตราสินค้าที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับการขยายการกระจายสินค้า โดยมี EBITDA 1,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 จากประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้นและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง

โดยหลังจากนี้ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์หลักที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอตราสินค้าเครื่องดื่มที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการและความชื่นชอบของผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป กลยุทธ์สร้างความเป็นเลิศด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน และความยั่งยืน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เช่น ก่อนหน้านี้ติดตั้งเครื่องเป่าขวดขึ้นรูป เพื่อรองรับกระบวนการผลิตขวดภายในกลุ่มทั้งหมด เป็นต้น

แบ่งปันคุณค่า-เติบโตยั่งยืน

สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย “สรรค์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน” ซึ่งรวมถึงเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ทั้งทางตรง (Scope 1) และทางอ้อม (Scope 2) ภายในปี 2583 โดยไทยเบฟฯได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2566 ไทยเบฟฯสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนแล้ว อาทิ บรรลุระยะที่ 1-3 โครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงาน 40 แห่ง ครอบคลุมในไทย เมียนมา เวียดนาม รวมกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 42.48 เมกะวัตต์

สร้างโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพที่โรงงานสุราในจังหวัดราชบุรี เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 7 แห่ง ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำปีละ 1.5 ล้านลิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 20,205 เมตริกตันคาร์บอน, นำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ร้อยละ 37 (ไม่รวมเวียดนาม), ลดการดึงน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ร้อยละ 13.17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในพื้นที่ที่มีการใช้น้ำมาก

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 ลงร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562, นำขยะอาหารและของเสียอื่น ๆ จำนวนร้อยละ 61.6 กลับมาใช้ใหม่, เก็บกลับบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วได้ร้อยละ 97 ในไทย เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิล, มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในไทยได้รับเครื่องหมาย “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 73

โดยปี 2566 ไทยเบฟได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีคะแนนสูงสุด “Top 1% S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) Score” ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยได้คะแนนสูงสุดในหมวดธรรมาภิบาล เศรษฐกิจ และสังคม และได้คะแนนเป็นอันดับสองในหมวดสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

นอกจากนี้ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดัชนีระดับโลกอย่างกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) โดยเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีโลก (DJSI World Index) เป็นปีที่ 7 และกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets Index) เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้เข้าร่วมโครงการเปิดเผยข้อมูลตามกรอบการประเมินของ Carbon Disclosure Project (CDP) ซึ่งเป็นสถาบันประเมินความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับมากที่สุดทั่วโลก ซึ่งไทยเบฟฯได้รับคะแนนระดับ A- ในด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการบริหารจัดการน้ำ (Water Security) จากการประเมินในปี 2566

กลุ่มมุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับพันธกิจของไทยเบฟที่จะ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ไทยเบฟประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

2/10/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 2 กันยายน 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี