ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 23 June 2024 นาทีในการอ่าน

“แสนสิริ-ออริจิ้น-เสนา” บุก คอนโด BOI หมื่นล้านเนื้อหอม

4287 Views 187 116
แชร์:
“แสนสิริ-ออริจิ้น-เสนา” บุก คอนโด BOI หมื่นล้านเนื้อหอม

“แสนสิริ-ออริจิ้น-เสนา” บุก คอนโด BOI หมื่นล้านเนื้อหอม

อสังหาฯแบรนด์ใหญ่ “แสนสิริ-ออริจิ้นฯ-เสนาฯ” ขานรับมาตรการรัฐบาลเศรษฐา บุกตลาดคอนโดฯ BOI แข่งลงทุนโครงการใหม่เพื่อผู้มีรายได้น้อย ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท กางโมเดลลงทุนไซซ์ 200-500 ยูนิต ธอส.เผย 2 เดือนดีเวลอปเปอร์ทั่วไทยยื่นขอทำบ้าน-คอนโดฯ BOI แล้ว 20 โครงการ มูลค่าทะลุ 10,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 จากการสำรวจความเคลื่อนไหวและความสนใจของผู้ประกอบการในช่วงไม่ถึง 2 เดือน พบว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางได้รับความสนใจอสังหาฯอย่างคึกคึก

ยื่น 20 โครงการหมื่นล้าน

นางภาณินี มโนสันต์ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานสินเชื่อ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุนโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม BOI ณ เดือนพฤษภาคม 2567 มีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยื่นคำขอมายัง ธอส. เพื่อส่งต่อไปยังสำนักงาน BOI (Board of Investment) จำนวน 20 ราย มูลค่าโครงการรวมกัน 10,000 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ มีบริษัทอสังหาฯที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการยื่นขอทำคอนโดฯ BOI คือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ นอกจากนั้นจะเป็นบริษัทอสังหาฯในต่างจังหวัด รวมทั้งมีผู้ประกอบการที่คาดว่าจะยื่นเพิ่มเติม คือ กลุ่มบริษัทรีเจ้นท์โฮม ซึ่งได้รับการส่งเสริมลงทุนไปแล้วหลายโครงการ ตั้งแต่ยังมีเงื่อนไขเดิมคือต้องขายในราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ขณะที่มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลเศรษฐา ขยายเพดานบ้านและคอนโดฯ BOI ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

“ดีใจที่รอบนี้มีดีเวลอปเปอร์สนใจลงทุนพัฒนาโครงการบ้าน BOI กันมากขึ้น ปัจจุบันรัฐบาลได้ขยายเพดานราคาเป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยใช้เงื่อนไขเดียวกันทั่วประเทศ ทำให้ดึงดูดความสนใจผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม เท่าที่ทราบล่าสุดมีบริษัทอสังหาฯในขอนแก่น ก็เตรียมจะยื่นขอทำบ้าน BOI ซึ่ง ธอส.เปิดรับคำขอไม่จำกัด แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนของสำนักงาน BOI” นางภาณินีกล่าว

ที่มาของมาตรการบ้านและคอนโดฯ BOI ทางรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 อนุมัติมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่ โดยหนึ่งในแพ็กเกจมีการหยิบมาตรการเดิมของการส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง หรือที่เรียกว่า บ้าน BOI-คอนโดฯ BOI นำกลับมาพิจารณาทบทวนใหม่ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนพัฒนาโครงการที่แท้จริง และต้องการทำมาตรการที่ดึงดูดผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น

สาระสำคัญที่อยู่อาศัยราคา BOI 7 ข้อ มีดังนี้

1.กรณีเป็นบ้านแนวราบ จะต้องมีพื้นที่ใช้สอยขั้นต่ำ 70 ตารางเมตร กรณีเป็นคอนโดฯ ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 24 ตารางเมตรขึ้นไป

2.ยกเลิกมาตรการเดิมที่ให้ขายบ้าน-คอนโดฯ ราคา BOI ในเขตกรุงเทพฯ ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท และเขตต่างจังหวัดไม่เกินราคา 1 ล้านบาท ปรับมาตรการเป็นราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เหมือนกันทั่วประเทศ

3.ผู้ซื้อจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น (คาดว่าเพื่อป้องกันนักลงทุนรายใหญ่กว้านซื้อเก็งกำไร)

4.แผนผังแบ่งแปลงในโครงการ จะต้องมีหน่วยขายที่เป็นที่อยู่อาศัยราคา BOI หรือราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สัดส่วน 80% ขึ้นไป

5.สิทธิประโยชน์ บ้านและคอนโดฯ BOI เจ้าของโครงการจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในวงเงินไม่เกิน 100% ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

6.วิธีการ ให้ยื่นคำขอผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อเป็นผู้คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น แล้วส่งคำขอไปยังคณะกรรมการ BOI เป็นผู้พิจารณาส่งเสริมลงทุนต่อไป

7.กำหนดให้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมลงทุน (ยื่นขอรับบัตร BOI) ภายใน 30 ธันวาคม 2568 (ภายในวันทำการสุดท้ายของปี 2568) หรือเท่ากับมีเวลาในการลงทุนบ้าน BOI เป็นเวลา 2 ปีในปี 2567-2568

ทำทันที-แสนสิริเปิดขาย Q2

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แสนสิริมีห้องชุดเซ็กเมนต์ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทอยู่แล้ว แบรนด์ “คอนโด มี” ราคาเริ่มต้น 9 แสน-1 ล้านกว่าบาท ซึ่งกำลังเตรียมความพร้อมเปิดขายคอนโด มี มากขึ้น เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนจากมาตรการรัฐรอบนี้

ขณะเดียวกัน แสนสิริวางแผนแตกแบรนด์ใหม่ “Vay” ราคาเริ่มต้น 1.1-1.2 ล้านบาท โฟกัสทำเลใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับกำลังซื้อลูกค้าวัยเริ่มทำงาน หรือกลุ่มลูกค้า First Jobber มีพฤติกรรมการซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก แต่ไม่สามารถซื้อทาวน์เฮาส์ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 2 ล้านได้ ดังนั้น บ้านหลังแรกหรือบ้านเริ่มต้น ตัวเลือกซื้อคอนโดฯสามารถตอบโจทย์ได้ลงตัวที่สุด

“กลยุทธ์แสนสิริรักษาความได้เปรียบในการลงทุนพัฒนาโครงการ โดยคอนโดฯ Vay เพิ่งเปิดขายโครงการแรกที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อาจไม่ทันในการขอส่งเสริมลงทุน หลังจากนี้เรามีความพร้อมมาก เพราะสินค้าเซ็กเมนต์นี้เป็นการทำซ้ำ ๆ เน้นโมเดลพื้นที่ก่อสร้าง 10,000 ตารางเมตร จำนวน 200 กว่ายูนิต สามารถลงทุนได้เรื่อย ๆ ถ้าไปเจอโลเกชั่นที่มีราคาที่ดินที่เหมาะสม ก็สามารถเปิดขายได้เร็ว ซึ่งโอกาสลงทุนคอนโดฯ BOI เปิดกว้างแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีโครงการเปิดขายทยอยออกมาในปีนี้ ล่าสุดภายในไตรมาส 2/67 เตรียมเปิดขายแบรนด์ Vay ใกล้นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี”

ทั้งนี้ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 แบรนด์ เริ่มต้นจากแบรนด์คอนโด มี ไม่เน้นฟาซิลิตี้ส่วนกลาง เพื่อนำเสนอราคาที่แข่งขันได้ในเซ็กเมนต์เริ่มต้นราคา 9 แสนบาทขึ้นไป กับแบรนด์ Vay มีการดีไซน์เพิ่มฟาซิลิตี้ในพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ราคาขยับสูงขึ้นเล็กน้อย มีราคาเริ่มต้น 1.1-1.2 ล้านบาท แต่ทั้งสองแบรนด์ก็เป็นเซ็กเมนต์ที่เปิดขายราคา BOI ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทได้

“ผมมีโครงการคอนโด มี ที่เคยทดลองพัฒนาโครงการไซซ์เล็ก ๆ พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร จำนวน 79 ยูนิต พื้นที่ส่วนกลางมีที่จอดรถก็พอ ไม่ต้องขอ EIA ทำให้พัฒนาโครงการได้เร็ว ปิดการขายได้เร็ว และทำซ้ำ ๆ ได้เรื่อย ๆ เป็นแบรนด์ที่จะเปิดมากขึ้นตามทำเลรอบนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นสินค้าที่อยู่อาศัยที่สร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้านได้” นายอุทัยกล่าว

เสนาฯบุกบีโอไอ 1.2 หมื่นล้าน

ศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Low-Carbon เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หรือบ้าน-คอนโดฯ BOI นั้น นับเป็นมาตรการที่ช่วยผู้ประกอบการ

ซึ่งปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์ไม่สามารถพัฒนาบ้านราคา 1.5 ล้านบาท ในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑลได้ เนื่องจากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าที่ดิน ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคสวนทางเพราะมีรายได้ที่ลดลง รวมถึงภาวะวิกฤตหนี้ครัวเรือน ยิ่งส่งผลให้ผู้บริโภคเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น และเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันด้วย

“มาตรการบ้านและคอนโดฯ BOI เชื่อว่าจะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมากขึ้นทั่วประเทศ” ผศ.ดร.เกษรากล่าว

ปัจจุบันเสนาฯครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในเซ็กเมนต์คอนโดฯ BOI ราคาไม่เกิน 1-3.6 ล้านบาท หรือผู้ซื้อที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด 54% เทียบจากรายได้ครัวเรือนของคนที่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จัดอยู่ในกลุ่มลูกค้า Affordable Segment ที่บริษัทมีในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึงได้

ที่ผ่านมา เสนาฯพัฒนาคอนโดฯ BOI สะสม 22 โครงการ ภายใต้แบรนด์ SENA Kith, Cozi และ Eco Town รวม 9,785 ยูนิต มูลค่ารวม 13,900 ล้านบาท โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนมาตรการรัฐ โดยเฉพาะการสร้างบ้าน BOI เพื่อสานฝันให้ลูกค้าทุกคนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ล่าสุดแผนธุรกิจปี 2567 เสนาฯวางแผนเปิดพรีเซล 17 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 28,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินค้าคอนโดฯ BOI มากถึง 10 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท

ออริจิ้นฯจ่อทำ 5 พันห้องชุด

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ออริจิ้นฯเตรียมยื่นขอ BOI หลายโปรเจ็กต์ใหม่ รวมทั้งโปรเจ็กต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่ได้โอน ก็เตรียมนำมายื่นขอ BOI ด้วย เบ็ดเสร็จภายในปีนี้คาดว่าจะยื่นได้ 10 โครงการ เพราะมีหลายโครงการที่ราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สามารถแอพพลายเข้ากับโปรแกรม BOI ได้ แต่มีเงื่อนไขราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน ต้องมีสัดส่วน 80% ภายในโครงการเดียวกัน

“ช่วง 1-2 ปีเรามีแคมเปญใหญ่ ทุกทิศทั่วไทยไปกับออริจิ้น ซึ่งเป็นแคมเปญลงทุนพัฒนาโครงการในต่างจังหวัด มีการเปิดตัวโครงการแล้วในศรีราชา ระยอง พัทยา ขอนแก่น ภูเก็ต โครงการไหนที่ราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน ก็จะจับมาเข้า BOI เฉลี่ยโครงการละ 500 ยูนิต เท่ากับปีนี้เราจะมีคอนโดฯ BOI จำนวน 5,000 ยูนิต มูลค่าโครงการแตะหมื่นล้านบาทได้”

ที่ผ่านมา ออริจิ้นฯวางแผนมีการเติบโตในเซ็กเมนต์ราคา 1 ล้านบวกลบ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์ ดิ ออริจิ้น หลังจากนี้ คอนโดฯ BOI มีอายุมาตรการ 2 ปีจนถึงสิ้นปี 2568 ทำให้บริษัทพิจารณาเพิ่มพอร์ตสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือเฉลี่ยปีละ 4 โครงการ

“ไฮไลต์อยู่ที่โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ถ้าหากสามารถนำเข้ามาอยู่ในมาตรการ BOI ได้ แต่ราคาขายที่เซตไว้เกิน 1.5 ล้าน เช่น อาจจะมีราคา 1.6-1.7 ล้านบาท กำลังพิจารณาว่าจะทำโปรโมชั่นลดราคาลงมาเหลือ 1.5 ล้านบาท เพื่อให้อยู่ในแพ็กเกจของ BOI เพราะการทำคอนโดฯ BOI ถือว่าวิน-วินด้วยกันทั้งคู่ ผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์ภาษี ผู้บริโภคได้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถซื้อได้ รัฐช่วยเรา เราก็ช่วยลูกค้า”

6/6/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 6 มิถุนายน 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี