ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 31 March 2025 นาทีในการอ่าน

อสังหาฟื้น 10% รับผ่อนเกณฑ์ LTV บ้านรอขายทั่วประเทศ 1 ล้านล้าน

4255 Views 195 120
แชร์:
อสังหาฟื้น 10% รับผ่อนเกณฑ์ LTV บ้านรอขายทั่วประเทศ 1 ล้านล้าน

อสังหาฟื้น 10% รับผ่อนเกณฑ์ LTV บ้านรอขายทั่วประเทศ 1 ล้านล้าน

อสังหาฯเฮขานรับแบงก์ชาติปลดล็อก LTV ชั่วคราว ลุ้นคลังชง ครม.ต่ออายุลดค่าโอน-จำนองราคาไม่เกิน 7 ล้าน คอลลิเออร์สฯเปิดตัวเลขซัพพลายรอขายทั่วประเทศทะลุ 1 ล้านล้าน กรุงเทพฯ 7.6 แสนล้านบาท สมาคมคอนโดฯชี้อุ้มยอดขายฟื้นตัว 5-10% หลังดิ่งเหว -31% ในปีที่แล้ว สมาคมบ้านจัดสรร จี้แบงก์ลดความเข้มปล่อยสินเชื่อ “แอสเซทไวส์” เร่งระบายขายสินค้าพร้อมอยู่ 8,500 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากใช้ความพยายามเรียกร้องให้แบงก์ชาติผ่อนปรนมาตรการ LTV ในปี 2566-2567 ล่าสุดประสบความสำเร็จจากการที่แบงก์ชาติได้ออกประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา เป็นเวลา 1 ปี ควบคู่กับกระทรวงการคลังเตรียมเสนอขออนุมัติรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 27 มีนาคมนี้

เพื่อต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท หลังจากขาดช่วงไป 2 เดือนเศษ เนื่องจากมาตรการนี้หมดอายุเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยทั้งสองมาตรการนี้คาดหวังเป็นปัจจัยบวกต่อวงการซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียมที่มีซัพพลายรอขายสูงถึง 1 ล้านล้านบาท กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ชงลดค่าโอน-จำนอง 27 มี.ค.นี้

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ เหลือ 0.01% เพื่อช่วยลดภาระผู้ซื้อและกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันจะพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศผ่อนปรนเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568-30 มิถุนายน 2569 สาระสำคัญกำหนดให้พิจารณาเกณฑ์ LTV 100% หรือปล่อยกู้ได้ 100% โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์ สำหรับสินเชื่อทุกระดับราคา ดังนี้

1.ผ่อนปรน LTV สินเชื่อต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป 2.ผ่อนปรนสินเชื่อเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป

ขณะที่นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สถาบันการเงิน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เห็นควรให้ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว โดยจะช่วยประคับประคองภาคอสังหาฯและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ช่วยบรรเทาปัญหาซัพพลายคงค้างในระดับสูงได้บ้าง โดยการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินมากนัก เนื่องจากในปัจจุบันภาวะการเงินตึงตัวและสถาบันการเงินระมัดระวังในการให้สินเชื่อ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า สำหรับการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% นั้น กระทรวงคลังจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคมนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นไป ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567

3 สมาคมขอบคุณ รมว.คลัง

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปลดล็อก LTV ที่ประกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ต้องขอบคุณแบงก์ชาติที่ผ่อนปรนการบังคับใช้ LTV เป็นเวลา 1 ปี ขณะเดียวกันต้องขอขอบคุณ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่ให้ความสำคัญ มีการเรียกประชุมหารือกับผู้บริหารระดับรองผู้ว่าการแบงก์ชาติ 3 คน

จนกระทั่งแบงก์ชาติมีการขยับเวลาการพิจารณาปัญหา LTV เร็วขึ้นถึง 3 เดือน จากเดิมทางคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน(กนส.) ซึ่งกำกับมาตรการ LTV มีคิวประชุมในเดือนมิถุนายน 2568

ที่ผ่านมา มาตรการ LTV ที่บังคับเงินดาวน์แพง 20-30% ในการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป กลายเป็นอุปสรรคของการมีบ้านของคนไทย ผลกระทบเชิงบวกประเมินว่าภาพรวมยอดขายปี 2568 จากเดิมที่เคยคาดการณ์จะทรงตัวหรือเติบโต 1%

แต่เมื่อมีปลดล็อก LTV ให้แล้ว ยังจำเป็นจะต้องมีการต่ออายุลดค่าโอนและจดจำนอง จาก 3% เหลือ 0.01% หรือค่าใช้จ่ายลดลงจากล้านละ 30,000 บาท เหลือล้านละ 300 บาท ซึ่งจะทำให้ 2 แฟกเตอร์นี้สร้างพลังให้คนตัดสินใจเร็วขึ้น และสามารถโอนได้มากขึ้น จึงปรับตัวเลขปีนี้มีโอกาสเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 5-10%

“ปี 2566 ยอดขายสมมุติอยู่ที่ 100% ในปี 2567 ยอดขายรวมติดลบ -31% หรือมียอดขายรวมหดตัวเหลือ 69% ขณะที่เทรนด์ปี 2568 จากเดิมประเมินว่า ตลาดจะทรงตัวหรือบวกได้อย่างมาก 1% แต่พอแบงก์ชาติปลดล็อก LTV และรัฐบาลต่ออายุลดค่าโอน-จดจำนองราคาไม่เกิน 7 ล้าน ทำให้ปรับคาดการณ์ใหม่มีโอกาสโตได้ 5-10% หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ 75-80% ซึ่งการที่จะให้ยอดขายกลับมา 100% เท่ากับปี 2566 ยังไม่เห็นแน่นอนในปีนี้ แต่สิ่งที่เป็นไปได้ทันทีคือตลาดบ้านและคอนโดฯ ด้านยอดขายจะฟื้นจากจุดต่ำสุดที่เคยติดลบ -31%”

นายประเสริฐกล่าวว่า การผ่อนปรน LTV งวดนี้มีผลดีกับประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ในฝั่งผู้ประกอบการต้องบอกว่ามาถูกจังหวะเวลา นับเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมมียอดขายรอโอน (แบ็กล็อก) กับโครงการสร้างเสร็จในปีนี้รวมกันไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนล้านบาท จะทำให้สร้างโอกาสของลูกค้าในการขอสินเชื่อและรับโอนได้มากขึ้น ทำให้ดีเวลอปเปอร์มีรายได้นำไปชำระหนี้หุ้นกู้และหนี้สินเชื่อแบงก์ได้คล่องตัวมากขึ้น ไม่สร้างผลกระทบจากการเป็นหนี้เสีย และไม่สร้างผลกระทบแบบโดมิโนทั้งในตลาดเงินและตลาดทุน

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 วันที่ 20-23 มีนาคม 2568 นายประเสริฐกล่าวว่า การต่ออายุลดค่าโอนและจดจำนองที่มีแนวโน้มว่าจะบังคับใช้ภายในต้นเดือนเมษายนนี้ ถือว่าไม่ล่าช้าเกินไป เพราะภายในงานเมื่อมีการทำบุ๊กกิ้งหรือยอดจองซื้อ (ทำสัญญาจะซื้อจะขาย)

จากนั้นกระบวนการตรวจรับมอบบ้าน การเตรียมเอกสาร การทำสัญญาเงินกู้ เฉลี่ยใช้เวลา 30 วันอยู่แล้ว จึงสามารถได้รับประโยชน์จากการลดค่าโอน-จดจำนองพอดีสำหรับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท

จี้แบงก์ลดเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการรัฐที่เริ่มมีเสียงตอบรับข้อเรียกร้องของ 3 สมาคมอสังหาฯนับเป็นข่าวดี คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ 3 เงื่อนไข คือ 1.ถ้ารัฐบาลต่ออายุลดค่าโอน-จดจำนองภายในเดือนเมษายนนี้ 2.วันที่ 1 พฤษภาคมนี้มีการผ่อนคลาย LTV ขณะที่ยังเหลืออีก 1 เงื่อนไข คือ 3.ธนาคารพาณิชย์จะลดความเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยแค่ไหน

ทั้งนี้ การปลดล็อก LTV นับว่าต้องขอบคุณแบงก์ชาติครั้งนี้เหมือนกันที่กระตุ้นแบบเต็มสูบ โดยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมองว่าที่อยู่อาศัยกลุ่มต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะคาดหวังมาซื้อหลังที่สองเป็นต้นไป มี 18% ตัวเลขนี้มาจากผลสำรวจแบบสอบถามในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ที่จัดเสร็จสิ้นไปแล้วในปี 2566-2567

พบว่าประชาชนต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 มีสัดส่วน 30% ของผู้ตอบแบบสอบถาม แต่สามารถกู้ผ่านเพียง 60% หรือมียอดปฏิเสธสินเชื่อ 40% ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด LTV 100% ที่กำลังจะบังคับใช้ จะทำให้ผู้ซื้อราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท สามารถซื้อและโอนเพิ่มได้อีก 18% ทันที

“ส่วนกลุ่มราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มี 3-4% แต่มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 15% คาดหวังได้ว่าจะซื้อหลังที่สองขึ้นไป ซื้อได้เกือบ 100% เพราะเหตุผลด้านการใช้ประโยชน์ของครอบครัว และการเดินทางไปทำงาน อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ตอนนี้อยู่ในภาวะตกต่ำมาก ราคาถูกสุด ๆ แล้ว เป็นโอกาสของผู้ซื้ออย่างแท้จริง”

ต้นทุนยุคโควิด-โอกาสผู้ซื้อ

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า การประกาศปลดล็อก LTV โดยมีผล 1 พฤษภาคมนี้ ต้องบอกว่าแบงก์ชาติมาช้าแต่ก็มา อยากจะให้มาตรการลดค่าโอน-จดจำนองมาประกบคู่เพื่อส่งเสริมมาตรการผ่อนปรน LTV ให้ไปต่อได้ และคิดว่าจะทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องอสังหาฯ ทั้งวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง ขับเคลื่อนไปได้ ต้องขอบคุณแบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทยที่เข้าใจปัญหา

สำหรับ ASW มีสินค้าที่อยู่อาศัยครบทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่คอนโดฯราคาต่ำ 2 ล้านบาท จนถึงบ้านหรูแบรนด์ ดิ ออนเนอร์ ราคา 80 ล้านบาท ซึ่งมีสต๊อกพร้อมอยู่พร้อมโอน 8,500 ล้านบาท การปลดล็อก LTV เป็นปัจจัยบวกเพราะช่วยลดภาระเงินดาวน์โดยตรง ทำให้เพิ่มโอกาสในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า

ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวยาวนาน คนระมัดระวังการใช้เงินสด แต่ยังมีความสนใจซื้ออสังหาฯหลังที่ 2 ขึ้นไปจำนวนมาก เมื่อปลดล็อก LTV จะทำให้บรรยากาศซื้อขายทำได้ง่ายขึ้น ผู้ซื้อที่เล็งซื้อบ้านและคอนโดฯ ที่เคยรีรอก็จะตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

ที่สำคัญ ในส่วนผู้ประกอบการ การปลดล็อก LTV ยังเป็นการปลดล็อกดีเวลอปเปอร์ได้พัฒนาโครงการต่อเนื่อง เพราะในมุมเรียลเอสเตตต้องบอกว่าราคาที่อยู่อาศัยวันนี้ ยังเป็นต้นทุนจากยุคโควิด โดยเฉพาะที่ดินที่ถืออยู่ในมือผู้ประกอบการต้องถือติดมือตั้งแต่ยุคโควิด

โดยช่วงปี 2563-2567 แทบจะไม่ได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินมากนัก ราคาโครงการที่พัฒนาขึ้นมาจึงเป็นราคาต้นทุนที่ดินยุคโควิด ปีนี้จึงมองว่าไม่ใช่โอกาสระบายสต๊อกของดีเวลอปเปอร์ แต่เป็นโอกาสซื้อบ้านในราคาเดิมของผู้บริโภค

มูลค่าเหลือขายอื้อ 1 ล้านล้าน

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การผ่อนปรน LTV ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดฯที่อาจจะมีปริมาณสินค้าคงค้าง (Unsold Inventory) ทำให้สามารถสร้างยอดขายได้ง่ายขึ้น, ผู้ซื้อมีโอกาสเลือกอสังหาฯในทำเลที่ดีขึ้น, ทำให้ผู้ขายเคลียร์สต๊อกได้เร็วขึ้น, การเปลี่ยนแปลง LTV อาจกระตุ้นให้สถาบันการเงินแข่งขันสินเชื่อมากขึ้น เช่น ดอกเบี้ยต่ำลง หรือให้สินเชื่อในวงเงินที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลของแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ณ สิ้นปี 2567 พบว่า ในเขตกรุงเทพฯมีซัพพลายคอนโดฯ อยู่ระหว่างการขาย 63,805 ยูนิต มูลค่า 458,394 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท 57,245 หน่วย สัดส่วน 89.71 % ราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป 6,560 หน่วย สัดส่วน 10.28% และข้อมูลบ้านจัดสรรอยู่ระหว่างขาย 29,069 ยูนิต มูลค่า 301,457 ล้านบาท แบ่งเป็นราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 19,230 หน่วย สัดส่วน66.15% ราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป 9,839 หน่วย สัดส่วน 33.84%

สรุปว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯที่จะได้รับปัจจัยบวกจากการปรับเกณฑ์ LTV มีจำนวน 92,874 ยูนิต รวมมูลค่า 759,851 ล้านบาท รวมทั้งส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดยุทธศาสตร์ที่ยังรอการขายอีกมากกว่า 100,000 หน่วยทั่วประเทศ มูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านล้านบาท

“อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการผ่อนปรน LTV แล้ว มาตรการรัฐอื่น ๆ โดยเฉพาะต่ออายุการลดค่าโอนและจดจำนองก็เป็นอีกมาตรการสำคัญที่ประชาชนรวมถึงนักลงทุนต่างเฝ้ารอ เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจะกระตุ้นให้ภาพรวมอสังหาฯในไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งในปีนี้” นายภัทรชัยกล่าว

22/3/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 22 มีนาคม 2568 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี