ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 23 June 2024 นาทีในการอ่าน

ธรรมนัส ลุยภูเก็ต ติดตามโครงการการเร่งจัดน้ำสำหรับการเกษตรกรรม

4762 Views 263 86
แชร์:
ธรรมนัส ลุยภูเก็ต ติดตามโครงการการเร่งจัดน้ำสำหรับการเกษตรกรรม

ธรรมนัส ลุยภูเก็ต ติดตามโครงการการเร่งจัดน้ำสำหรับการเกษตรกรรม

“ธรรมนัส” รมว.เกษตร ผนึก “อรรถกร” นำคณะลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ติดตามโครงการทำนบดินบ้านควนตาแท่นพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและเพื่อการเกษตรของประชาชน เร่งจัดน้ำสำหรับการเกษตรกรรม

วันที่ 15 มิถุนายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่มาตรวจราชการ และพบปะรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่หมู่ 2 บ้านลิพอนบางกอก วิสาหกิจชุมชนแรงใหญ่ทุเรียนตำบลศรีสุนทรอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

โดยมีนายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับและรายงานข้อมูล โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (GAP) แก่ เกษตรกร จำนวน 9 ราย

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้มีการติดตามประเด็นข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ได้แก่ โครงการทำนบดิน บ้านควนตาแท่นพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและเพื่อการเกษตรของราษฎรในพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านลิพอนบางกอก (บ้านควนตาแท่น) ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ให้มีน้ำสำหรับการเกษตรกรรมและช่วยส่งเสริมการใช้น้ำร่วมกันกับแหล่งน้ำที่มีอยู่ใน พื้นที่ปัจจุบัน คือ บ่อบาดาล และสระเก็บน้ำ

อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตร ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเกิดความไม่มั่นคงทางปัจจัยการผลิต การขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร ปัญหาการขาดแคลนน้ำและระบบชลประทาน การถือครองที่ดินอย่างเท่าเทียมกัน การสืบทอดอาชีพการเกษตร การเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลทั้งผลิตภาพและคุณภาพของสินค้าเกษตร

จังหวัดภูเก็ต จึงได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้เป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ว่า “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เป้าหมาย “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่สูง และทรัพยากรเกษตรยั่งยืน โดยเน้นการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการผลิตและการแปรรูปที่ได้ คุณภาพ เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าและเข้าสู่ตลาด สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาที่มุ่งเน้นความยั่งยืน การปรับตัวตามบริบทการเปลี่ยนแปลงและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นธรรมในผลประโยชน์สำหรับทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ยังได้มีการบูณาการการเตรียมการรองรับและแก้ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ (อุทกภัย/ภัยแล้ง)ไว้ตลอดเวลา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่ด้วย

ขณะเดียวกัน นายสุทธิกิตติ์ ตามชู ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลศรีสุนทร กล่าวว่า “เดิมพื้นที่ปลูกทุเรียนของหมู่ 2 ตำบลศรีสุนทร ยังไม่มีการรวมกลุ่มและทำสวนทุเรียนต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ ไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชาการมากนัก

ต่อมา ในปี 2564 สำนักงานเกษตรอำเภอถลาง จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลศรีสุนทร ดำเนินการจนถึงปัจจุบันมีสมาชิก 64 ราย พื้นที่เข้าร่วมโครงการ 296.5 ไร่ โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต บูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามภารกิจ ทำให้เกิดผลสำเร็จ 5 ด้านตามนโยบายส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ คือ

1.การลดต้นทุน จากเดิมปี 2563 ต้นทุน 20,900 บาท/ไร่/ปี ปี 2566 ต้นทุนลดลงเป็น 17,700 บาท/ไร่/ปี ลดลงได้ 15.31% ภายใน 3 ปี

2.การเพิ่มผลผลิต จากเดิมปี 2563 ผลผลิต 300 กก/ไร่/ปี ปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 325 กก/ไร่/ปีเพิ่มขึ้นเป็น 8.33% ภายใน 3 ปี

3.การพัฒนาคุณภาพ จากเดิมปี 2563 ไม่มี GAP ปัจจุบัน เกษตรกรได้ GAP รวม 45 ราย คิดเป็น70% ของสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่

4.การบริหารจัดการกลุ่ม จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน มีการประชุมและทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

และ 5.ตลาด มีการจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น จากการพัฒนาทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ เป็นที่รู้จักมากขึ้นส่งผลให้ราคาจำหน่ายทุเรียน จากเดิมก่อนเป็นแปลงใหญ่ 60 บาท/กก ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 80 – 100 บาท/กก

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สภาพภูมิอากาศแปรปรวน การขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน พื้นที่ทำการเกษตรที่ลาดชัน ก็ยังเป็นสิ่งที่เป็นข้อจำกัดในการทำการเกษตรหากการมีแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรได้โดยการส่งเสริมการทำ

เกษตรผสมผสาน การปลูกผักพื้นบ้านร่วมในสวนไม้ผล เพื่อให้มีรายได้เสริมด้วยกลไกขับเคลื่อน ภายใน 4 ปีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า

ร้อยเอกธรรมนัสยังได้ได้พบปะและซักถามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นกันเอง และกล่าวว่า พร้อมพัฒนาทุเรียนบ้านลิพอนบางกอกเป็นสินค้า GI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มพร้อมผลักดันเข้าสู่ตลาดออนไลน์ สำหรับความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องการเอกสารสิทธิ์ ได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องประสานข้อมูลในการช่วยเหลือและผลักดันเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินของประชาชนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยก่อนเดินทางกลับร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ปลูกต้นทุเรียนในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านลิพอนบางกอก วิสาหกิจชุมชนแรงใหญ่ทุเรียนตำบลศรีสุนทรอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตด้วย

15/6/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 15 มิถุนายน 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี