ข่าวล่าสุด: กฟผ. เปิดขายของประมูลโซลาร์เซลล์ล็อตใหม่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน...
KENSETSU
Construction Industry News 05 September 2024 นาทีในการอ่าน

ครึ่งทาง “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” บาลานซ์พอร์ต 33,000 ล้านก่อนลงทุนใหม่

4138 Views 215 98
แชร์:
ครึ่งทาง “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” บาลานซ์พอร์ต 33,000 ล้านก่อนลงทุนใหม่

ครึ่งทาง “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” บาลานซ์พอร์ต 33,000 ล้านก่อนลงทุนใหม่

ผ่านมาเกินครึ่งทางปี 2567 ของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ตระกูลพูลวรลักษณ์ “ค่ายเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์”

ล่าสุด เปิดตัวเลขยอดขายหรือยอดพรีเซล 7 เดือนแรก มีผลตอบรับมูลค่าทะลุ 8,000 ล้านบาท จากโปรเจ็กต์ที่ยังแอ็กทีฟหรืออยู่ระหว่างเปิดขาย จำนวน 13 โครงการด้วยกัน

เรื่องใหม่ของครึ่งปีหลัง มาจากการแบไต๋โซนลงทุนโครงการใหม่ ที่ประกาศปักหมุด 3 โซนดัง “พร้อมพงษ์-เจริญกรุง-กรุงเทพกรีฑา” ที่บริษัทเตรียมความพร้อมในการขยับขยายการลงทุนเพิ่มเติม ภายใต้ผู้บริหารหลักของตระกูล ประกอบด้วย “เพชรลดา พูลวรลักษณ์” และ “ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์” กรรมการผู้จัดการของเมเจอร์ฯ

7 เดือนกำยอดขาย 8 พันล้าน

โดย “เพชรลดา พูลวรลักษณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ Major ระบุว่า ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ และคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ หรือ Pet Family Residences ล่าสุด บริษัทมีผลดำเนินงานอัพเดต 7 เดือนแรก (มกราคม-กรกฎาคม 2567) สามารถสร้างยอด Presale ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท

“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ยังคงมุ่งมั่นด้วยจุดยืนสู่การเป็น Lifescape Developer มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ นำเสนอผ่านแนวคิด Craft & Quality ที่สร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยเพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน และเข้าใจรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับในกลุ่มลูกค้าระดับบนตั้งแต่กลุ่ม High-end จนถึง Ultra-Luxury”

ปัจจุบัน เมเจอร์ฯดำเนินการก่อสร้างและบริหารการขายโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา ทั้งสิ้น 13 โครงการ ได้แก่ คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ Muniq, Maru, Mavista, Marfquis และ Metris ในขณะที่บ้านแนวราบพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ Malton, Milford และ Mayfield รวมถึงโครงการที่พัฒนาภายใต้แบรนด์เฉพาะกิจ “Ten & Only” จำนวน 10 หลังเท่านั้น

โครงการร่วมทุนหนุนรายได้

ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี ได้รับการตอบรับและความเชื่อมั่นในแบรนด์จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มียอดจองซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นยอดพรีเซลเข้ามาแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากโครงการระดับลักเซอรี่-อัลตราลักเซอรี่ ภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น Muniq, Mavista และ Metris

โครงการที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้ของบริษัท ได้แก่ Metris District Ladphrao ตามแผนคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตามแผนการโอนในปี 2568 เป็นต้นไป

ขณะที่ไทม์ไลน์ช่วงปี 2570-2572 คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งกำไร จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมทุน แบรนด์ “Muniq พร้อมพงษ์-Muniq เจริญกรุง-Mavista พร้อมพงษ์” มูลค่าโครงการรวมกันอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท

ควบคู่กับเดินหน้าการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 แบ่งเป็นโครงการ Maru จุฬาฯ กับ Marquis พญาไท ซึ่งเป็นโครงการไฮไลต์ของปีมังกร ตามแผนบริษัทเตรียมความพร้อมในการเปิดสำนักงานขายในไตรมาส 3/67-4/67 นี้

จ่อขยายลงทุน 3 ทำเลลักเซอรี่

CEO เมเจอร์ฯกล่าวด้วยว่า บริษัทได้ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง พบว่ายังมีกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้า Real Demand หรือลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นจำนวนมาก พฤติกรรมการซื้อเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างเฉพาะตัว ดังนั้น บริษัทเมเจอร์ฯจึงทำการศึกษาพฤติกรรม ความต้องการ โดยมีแม็กเนตในการเพิ่มความน่าสนใจด้วยการค้นหาพื้นที่ศักยภาพและปัจจัยบวกส่งเสริม เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์และดีไซน์โครงการที่อยู่อาศัยระดับคุณภาพ พร้อมมอบประสบการณ์ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ตอบสนองความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เมเจอร์ฯโฟกัสทำเลลงทุนใหม่ที่มีศักยภาพสูง รองรับดีมานด์ตลาดลักเซอรี่บน 3 ทำเลที่บริษัทมีประสบการณ์และมีความชำนาญ ประกอบด้วยทำเล “พร้อมพงษ์-เจริญกรุง-กรุงเทพกรีฑา” โดยมั่นใจว่ามีดีมานด์รองรับการลงทุนใหม่เป็นจำนวนมาก โดยให้ความสำคัญกับโมเดลธุรกิจพัฒนาโครงการร่วมทุน หรือ JV-Joint Venture กับกลุ่มบริษัทพันธมิตรที่มีมุมมองตรงกัน และมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้โครงการ JV สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว

เบื้องต้น เมเจอร์ฯประกาศแผนโปรเจ็กต์ร่วมทุนกับกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่น 3 กลุ่มหลัก โดยมี Mori Trust ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในมหานครโตเกียว ร่วมลงทุนพัฒนาโครงการ “มอลตัน เกสต์ กรุงเทพกรีฑา 2-Malton Gates Krungthep Kreetha II” มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท ตามแผนคาดว่าจะเริ่มเปิดพรีเซลโครงการได้ในช่วงต้นปี 2568

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดธุรกิจเพื่อนำมาสู่โครงการ JV อีก 2 กลุ่ม พัฒนาอย่างน้อย 2 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมเกิน 7,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในปี 2567 นี้

ท่องคาถาบาลานซ์บ้าน-คอนโดฯ

“การที่เมเจอร์ฯมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวก เกิดจากการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Diversify Revenue ที่ทำให้พอร์ตของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนในการพัฒนาบ้านแนวราบเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการสร้างบาลานซ์รายได้ให้มีความสม่ำเสมอ รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งจากการที่มีพันธมิตรร่วมทุนที่แข็งแกร่ง จึงมั่นใจถึงศักยภาพในการเติบโตของบริษัท ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งการลงทุนบ้านและคอนโดฯ”

โดยหนึ่งในคีย์ซักเซสของแผนธุรกิจปีนี้ กลยุทธ์การลงทุนแบบบาลานซ์พอร์ตรายได้ โดยเพิ่มบทบาทรายได้บ้านแนวราบมีสัดส่วน 40% และรายได้คอนโดฯ 60% ทำให้สามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์วิกฤตเศษฐกิจ

โดยช่วงไตรมาส 3/67 คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มเติมมากขึ้นจากบ้านแนวราบ ซึ่งมีโมเดลธุรกิจที่ผ่อนคลายกว่าคอนโดฯ เพราะสามารถสร้าง-ขาย-โอนให้จบในปีเดียวกัน ส่วนพอร์ตรายได้คอนโดฯที่กำลังเร่งก่อสร้าง ตามแผนจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2568 เป็นต้นไป

รวมถึงพอร์ตรีเคอริ่งอินคัม ทำรายได้ประจำหรือรายได้ค่าเช่าจากอาคารพาณิชย์ และโรงแรมที่เทรนด์ธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวเร็วและแรงของไทย

5/9/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 5 กันยายน 2567 )

Tags

การก่อสร้าง News อุตสาหกรรม ประเทศไทย
แชร์บทความนี้:

Comments (3)

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

เพิ่มเพื่อนไลน์เรา

รับข่าวสารและข้อมูลก่อสร้างล่าสุดผ่านไลน์ อัปเดตทุกวัน ฟรี!

ข่าวสารทันที ไม่พลาดความเคลื่อนไหว
เนื้อหาพิเศษเฉพาะสมาชิกไลน์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันที
ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเลิกได้ตลอดเวลา

สแกน QR Code

LINE QR Code

เปิดแอป LINE แล้วสแกน QR Code
หรือค้นหา ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

เปิดแอป LINE

2

สแกน QR Code

3

เพิ่มเพื่อน

ผู้ติดตามไลน์
24/7
บริการตลอดเวลา
อัปเดตต่อวัน
100%
ฟรี