Latest News: EGAT opens auction of a new <span class=highlight-text>solar cell</span> lot on 15 April...
KENSETSU
Construction Industry News 31 Jul 2026 minutes read

‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่

4581 Views 193 21
Share
‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่

‘การบินไทย’ ทุ่มหมื่นล้านลงทุนศูนย์ MRO อู่ตะเภาตั้งเป้าเสร็จปี’73 รับแผนซ่อมฝูงบินลอตใหญ่

“การบินไทย”ลุย MRO ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภาหมื่นล้าน เงื่อนไขเช่าพื้นที่ลงตัว ชี้โครงการดีเลย์มาแล้ว 6 เดือน ต้องเร่งให้เสร็จปี’73 รองรับซ่อมบำรุงฝูงบินลอตใหญ่ ปั๊มรายได้ปีละ 5 พันล้านตลอดสัญญาเช่า 50 ปี ชี้เงินสะพัด 2 แสนล้าน หนุนพอร์ต Non-Aviation ด้าน EEC ชี้เริ่มจ่ายผลตอบแทนปีที่ 5

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (Maintenance, Repair, and Overhaul) หรือ MRO ว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปในหลักการและเงื่อนไขเชิงพาณิชย์ (Commercial) เช่น อัตราค่าเช่า ระยะเวลาการเช่า กับคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เรียบร้อยแล้ว โดยตกลงเช่าพื้นที่จำนวน 210 ไร่ ระยะเวลาสัญญาเช่า 50 ปี ภายใต้งบฯลงทุนรวม 10,300 ล้านบาท

โดยปัจจุบันยังมีเงื่อนไขและรายละเอียดปลีกย่อยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังจำเป็นต้องมีการนัดหมาย เพื่อพูดคุยและเคลียร์ประเด็นกับทาง EEC อีกครั้งก่อนจะมีการเซ็นสัญญา ซึ่งทำให้การเซ็นสัญญาต้องเลื่อนออกไปก่อน จากที่ทาง EEC กำหนดในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นี้

การบินไทยลงทุน 100%

นายชายกล่าวว่า หลังจากได้ข้อสรุปสุดท้ายและเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะเร่งดำเนินการด้านการออกแบบ การจัดหาผู้รับเหมา และหาที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาดูแลโครงการ ภายใต้บริษัท THAI Maintenance Service ซึ่งเป็นบริษัทลูก เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2570 เนื่องจากปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความล่าช้า (Delay) จากแผนเดิมมาประมาณ 6 เดือนแล้ว

ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งงานเพื่อให้การบินไทยมีศูนย์ซ่อมบำรุงรองรับการใช้เสร็จภายในปี 2573 ตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อให้สอดรับกับแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ที่ทยอยรับมอบเข้ามา และแผนการนำเครื่องบินที่ใช้งานมานานเข้าซ่อมบำรุงตามกำหนด

“โครงการนี้การบินไทยจะเป็นผู้ลงทุนหลัก ส่วนกิจกรรมย่อยที่อยู่ในพื้นที่นั้น เราต้องไปหาพาร์ตเนอร์มาร่วมลงทุนในธุรกิจย่อยอื่น ๆ เช่น ธุรกิจทำสีเครื่องบินก็จะมีบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในโลกนี้ก็มีหลายบริษัท เราก็อาจจะไปดึงเขามาร่วมทุนในกิจกรรมย่อยเหล่านั้น การซ่อมชิ้นส่วนประกอบบางอย่างการบินไทยยังไม่มีประสบการณ์ เราก็ต้องไปดึงคนที่มีประสบการณ์มาร่วมลงทุน” นายชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของธุรกิจ MRO นั้น ล่าสุดบริษัทการบินไทยได้มีการดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อดำเนินธุรกิจ MRO ได้แก่ Thai MRO Group Company Limited และ Thai MRO Services Company Limited โดยทั้ง 2 บริษัทมีทุนจดทะเบียนบริษัทละ 1 ล้านบาท (ประมาณ 30,997 ดอลลาร์สหรัฐ) และทุนชำระแล้วเริ่มต้นที่บริษัทละ 250,000 บาท (ประมาณ 7,749 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งการบินไทยถือหุ้น 100%

เน้นรองรับซ่อมบำรุงฝูงบินการบินไทย

นายชายกล่าวด้วยว่า โดยหลักการของการลงทุน จะเป็นการลงทุนเพื่อรองรับฝูงบินของสายการบินไทยก่อนเป็นอันดับแรก และหากมีกำลังการซ่อมบำรุง เหลือจึงจะเป็นการหารายได้เพิ่มเติมจากแอสเซตของการลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมาการบินไทยต้องส่งเครื่องบินไปซ่อมบำรุงที่ต่างประเทศ ทำให้มีต้นทุนการซ่อมบำรุงที่สูงเกินไป เรียกเท่าไหร่ก็ต้องจ่าย ที่สำคัญไม่สามารถควบคุมสลอตการเข้าซ่อมบำรุงได้ ซึ่งปัจจุบันทุกสายการบินประสบปัญหาเดียวกันหมด

“มองว่าถ้าประเทศไทยมีศูนย์ซ่อมเราก็ไม่ต้องส่งเครื่องบินเราไปซ่อมต่างประเทศ ซึ่งทำให้เงินไหลออกไปต่างประเทศ การที่การบินไทยลงทุนประเทศก็ได้ประโยชน์จากการเก็บภาษี และก็จะเกิดการพัฒนาในประเทศ ทั้งด้านแรงงานและ Ecosystem ต่าง ๆ ของธุรกิจ MRO ที่จะเกิดขึ้น” นายชายกล่าว

สำหรับโครงการ MRO ดังกล่าวนี้บริษัทจะโฟกัสการซ่อมใหญ่อากาศยาน (Heavy Maintenance) เป็นหลัก มีโรงเก็บเครื่องบินสำหรับจอด ซ่อมแซม จำนวน 2 โรงซ่อม (Hangars) แต่ละโรงซ่อมสามารถรองรับเครื่องบินลำตัวกว้าง หรือ Wide-Body ได้จำนวน 3 ลำ ทำให้สามารถจอดซ่อมเครื่องบินพร้อมกันได้ทั้งหมด 6 ลำ

ขยายพอร์ตธุรกิจ Non-Aviation

นายชายกล่าวต่อไปอีกว่า การลงทุนใน MRO นี้เป็นหนึ่งในแผนการขยายฐานธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจสายการบินทั้งในด้านการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า (Cargo) หรือเรียกว่าธุรกิจ Non-Aviation ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมารายได้ของบริษัทการบินไทยส่วนใหญ่ หรือประมาณ 90-95% ยังมาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสายการบิน

การลงทุน MRO นับเป็นส่วนหนึ่งในการขยายฐานธุรกิจที่เป็น Non-Aviation ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากมีเป้าหมายจะพัฒนาโรงซ่อมอากาศยานอัจฉริยะ (Smart-Hanger) ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดของโลก สามารถรองรับการให้บริการซ่อมเครื่องบินทั้งของตระกูลแอร์บัส และตระกูลโบอิ้ง โดยประเมินว่าระยะแรกจะสามารถรองรับการซ่อมบำรุงอากาศยานได้ปีละประมาณ 90 ลำ สร้างรายได้ปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท และตลอดสัญญา 50 ปีจะมีรายได้รวมประมาณ 2 แสนล้านบาท

“ตามแผนเดิมที่ศึกษาไว้ คาดการณ์ในปีแรกจะสร้างรายได้อยู่ที่ราว 400-500 ล้านบาท จากการซ่อมอากาศยาน 10 ลำ และประเมินว่าจะมีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยอีกปีละ 2%”

ผนึก AAR บริษัทระดับโลกรอ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า บริษัทการบินไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในธุรกิจ MRO ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อนรายได้ในอนาคตตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท AAR Component Services (Thailand) Limited (AAR) ผู้ให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา และมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งงานซ่อมบำรุงอากาศยาน การซ่อมชิ้นส่วนอากาศยาน (Component Repair) การจัดการคลังพัสดุและอะไหล่ (Parts & Supply Chain Management) รวมถึงการให้บริการสนับสนุนฝูงบินในระดับองค์กร และได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ เช่น FAA, EASA และ CAAT

ทั้งนี้เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้านโครงสร้างลำตัวอากาศยาน และการซ่อมบำรุงบริภัณฑ์อากาศยาน การใช้ทรัพยากรร่วมกัน และการสนับสนุนในด้านงานซ่อมบำรุงอากาศยาน รวมถึงเสริมสร้างขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงของทั้ง 2 องค์กรอย่างครอบคลุม อาทิ การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง ARC Shop เพื่อรองรับการซ่อมบำรุงชิ้นส่วนโครงสร้างลำตัวอากาศยานสำหรับฝูงบินของการบินไทยและลูกค้าภายนอก การสนับสนุนงานซ่อมบำรุงชิ้นส่วนและเครื่องยนต์

EEC ชี้จ่ายผลตอบแทนปีที่ 5

ด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO กล่าวว่า เงื่อนไขการเช่าพื้นที่จำนวน 210 ไร่ จะมีระยะเวลาสัญญาเช่า 50 ปี โดยกำหนดวันเริ่มต้นสัญญาวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยรัฐบาลจะได้รับผลตอบแทน 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.ค่าเช่าพื้นที่อัตราคงที่ โดยปรับขึ้นตามอัตราธนารักษ์

และ 2.การแบ่งปันผลประโยชน์ หรือ Revenue Sharing จากส่วนแบ่งรายได้แบบขั้นบันได โดยช่วงปีที่ 1-4 ซึ่งอยู่ระหว่างออกแบบและก่อสร้างจะเก็บค่าเช่าพื้นที่อย่างเดียว โดยจะเริ่มคิดส่วนแบ่งรายได้เมื่อมีรายได้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีที่ 5 โดยกำหนดอัตราปีที่ 5-10 คิดส่วนแบ่งรายได้ 3%, ปีที่ 11-15 คิดส่วนแบ่งรายได้ 5% และปีที่ 15 เป็นต้นไปคิดส่วนแบ่งรายได้ 7%

Tags

Construction News Industry Thailand
Share this article:

Comments (3)

Leave a Comment

Related News

Other news you might like

สร้างปีหน้า ‘ทางด่วนภูเก็ต’ ไฮไลต์ อุโมงค์ใหญ่สุดในไทย-ให้มอ‘ไซค์วิ่งได้
Trending

สร้างปีหน้า ‘ทางด่วนภูเก็ต’ ไฮไลต์ อุโมงค์ใหญ่สุดในไทย-ให้มอ‘ไซค์วิ่งได้

ปักหมุดรอปี 2574 จังหวัดภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวระดับโลก จะมีทางด่วนสายแรกเปิดให้บริการ แก้ปัญหารถติด และรองรับการขยายตัวข...

3 weeks ago Read More →
คมนาคมผุดโปรเจ็กต์ใหม่ MMR1 สร้างคู่ขนานเจ้าพระยา จากปากน้ำโพ-อ่าวไทย
Popular

คมนาคมผุดโปรเจ็กต์ใหม่ MMR1 สร้างคู่ขนานเจ้าพระยา จากปากน้ำโพ-อ่าวไทย

อีกหนึ่งเมกะโปรเจ็กต์ของกระทรวงคมนาคมที่น่าจับตา แม้ว่าจะยังไม่เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ นั่นคือโครงการ MMR1 ซึ่งเป็นการพ...

3 weeks ago Read More →
“รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.” พร้อมเดินรถ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์-สายสีแดงต่อขยาย
Featured

“รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.” พร้อมเดินรถ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์-สายสีแดงต่อขยาย

ร่วม 16 ปีที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางร...

25 Sep 2026 Read More →

This website uses cookies to enhance your experience and analyze traffic. You can accept or decline. Read more in our Privacy Policy