Tin tức mới nhất: EGAT mở đấu giá lô <span class=highlight-text>pin mặt trời</span> mới vào ngày 15 tháng 4...
KENSETSU
Tin tức xây dựng 5 thg 8, 2024 phút đọc

เช็กลิสต์ท็อป 10 ยักษ์อสังหาฯ AP ยืนแชมป์ลงทุนใหม่ 4 ปีติดต่อกัน

3052 Lượt xem 61 97
Chia sẻ
เช็กลิสต์ท็อป 10 ยักษ์อสังหาฯ AP ยืนแชมป์ลงทุนใหม่ 4 ปีติดต่อกัน

เช็กลิสต์ท็อป 10 ยักษ์อสังหาฯ AP ยืนแชมป์ลงทุนใหม่ 4 ปีติดต่อกัน

เปิดประเด็นต้อนรับไตรมาส 3/67 ด้วยข้อมูลผลสำรวจ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อัพเดต ณ ครึ่งปีแรก 2567

โดย “ดร.โสภณ พรโชคชัย” ประธานกรรมการ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA ระบุว่า 10 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีมูลค่ารวมกันคิดเป็นสัดส่วน 62% จำนวนหน่วยรวมกัน 53% ของตลาดรวม (ดูกราฟิกประกอบ)

เอพีแชมป์ลงทุนใหม่ 4 ปีซ้อน

จากผลการสำรวจล่าสุด ณ ไตรมาส 2/67 พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบว่า มีหน่วยขายเปิดใหม่ทั้งหมด 33,445 หน่วย มูลค่ารวม 211,279 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 10 บริษัทแรกที่เปิดตัวโครงการใหม่สูงสุด มีจำนวน 17,736 หน่วย คิดเป็น 53% ของหน่วยทั้งหมด และมีมูลค่าโครงการรวมกัน 131,401 ล้านบาท สัดส่วน 62%

สำหรับสถิติครึ่งปีแรก พบว่า อันดับ 1 เป็นของ “บมจ.เอพี (ไทยแลนด์)” เปิดตัวใหม่ 26 โครงการ จำนวน 5,488 หน่วย มูลค่าทั้งหมด 33,710 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16.4% มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 6.143 ล้านบาท

หากเทียบกับครึ่งปีแรก 2566 จะพบว่าเอพีเปิดใหม่จำนวน 18 โครงการ 3,036 หน่วย มูลค่า 27,345 ล้านบาท มีสัดส่วน 12.8% ครึ่งปีแรกปีนี้มีอัตราเติบโตของการลงทุนใหม่ แสดงถึงเอพีมีการเติบโตสวนกระแสตลาดอสังหาฯ อย่างชัดเจน

รวมทั้ง เอพีเป็นเจ้าของสถิติครองแชมป์ลงทุนใหม่สูงสุด 4 ปีติดต่อกัน

ศุภาลัยเบียด “จำนวนหน่วย”

อันดับ 2 “บมจ.ศุภาลัย” เปิดตัว 10 โครงการใหม่ จำนวน 1,874 หน่วย มูลค่ารวม 11,713 ล้านบาท สัดส่วน 5.6% มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 6.250 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากนับรวมในจังหวัดภูมิภาคด้วย ศุภาลัยจะมีสัดส่วนการพัฒนาที่สูงกว่านี้มาก เพราะเป็น “แชมป์” พัฒนาที่ดินในจังหวัดภูมิภาค 4 ปีซ้อนมาแล้ว

อันดับ 3 “บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” เปิดตัว 5 โครงการใหม่ จำนวน 1,850 หน่วย มูลค่ารวม 7,609 ล้านบาท สัดส่วน 5.5% มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 4.113 ล้านบาท

เอสซีฯ-โนเบิลฯ มูลค่าสูงสุด

ในด้านมูลค่าโครงการใหม่ พบว่า อันดับ 2 “บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น” เปิดตัว 9 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 19,418 ล้านบาท โดยเปิดตัวจำนวน 969 หน่วย สัดส่วน 9.2% มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 20.040 ล้านบาท

จะเห็นว่า เอสซี แอสเสทฯ แม้พัฒนาจำนวนหน่วยน้อยกว่ามาก แต่มูลค่าก็ไม่แตกต่างจากบริษัทอันดับหนึ่งมากนัก

อันดับ 3 “บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์” เปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการ 14,311 ล้านบาท จำนวน 1,223 หน่วย สัดส่วน 6.8% มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 11.701 ล้านบาท

เมเจอร์ฯ-เอสซีฯ-FPT แพงสุด

“ดร.โสภณ” เจาะรายละเอียดกลุ่มบริษัทที่มีการพัฒนา “ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุด” ได้แก่ บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์-บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FPT และ บมจ.เอสซี แอสเสทฯ ดังนี้

อันดับ 1 บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการ 10,562 ล้านบาท จำนวน 441 หน่วย สัดส่วน 5.0% ของทั้งตลาด

อย่างไรก็ตาม พบว่า ค่ายเมเจอร์ฯ เป็นเจ้าของสถิติในแต่ละหน่วยขายที่เปิดตัวใหม่ มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 23.949 ล้านบาท

อันดับ 2 บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หรือ FPT เปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการ 6,629 ล้านบาท จำนวน 327 หน่วย สัดส่วน 3.1% ของทั้งตลาด

โดยราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของ FPT ครองสถิติอันดับ 2 อยู่ที่เฉลี่ยหน่วยละ 20.272 ล้านบาท

อันดับ 3 บมจ.เอสซี แอสเสทฯ เปิดตัว 9 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 19,418 ล้านบาท จำนวน 969 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 9.2% ของทั้งตลาด โดยราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 20.040 ล้านบาท

เสนาฯ-CMC-ASW ยึดตลาดแมส

สำหรับตลาดแมส หรือตลาดกลาง-ล่าง ซึ่ง “ดร.โสภณ” เรียกว่ากลุ่มบริษัทขวัญใจคนจน เพราะเป็นบริษัทที่สร้างที่อยู่อาศัยในราคาปานกลางค่อนข้างถูก ได้แก่ บมจ.เสนาดีเวลลอปเมนท์-บมจ.เจ้าพระยามหานคร-บมจ.แอสเซทไวส์

โดยแต่ละบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งว่ากันว่าเป็นตลาดที่ได้รับการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินมากที่สุด เพราะผู้ซื้อมีกำลังซื้อจำกัด มีปัญหาหนี้สินครัวเรือนสูง โดยเรียง 3 อันดับแรก ดังนี้

อันดับ 1 “บมจ.เสนาดีเวลลอปเมนท์” เปิดตัว 2 โครงการใหม่ จำนวน 1,552 หน่วย รวมมูลค่า 2,713 ล้านบาท สัดส่วน 4.6% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 1.748 ล้านบาท

อันดับ 2 “บมจ.เจ้าพระยามหานคร หรือ CMC” เปิดตัว 3 โครงการใหม่ จำนวน 1,296 หน่วย รวมมูลค่า 3,400 ล้านบาท สัดส่วน 3.9% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 2.623 ล้านบาท

อันดับ 3 “บมจ.แอสเซทไวส์ หรือ ASW” เปิดตัว 3 โครงการใหม่ จำนวน 1,006 หน่วย รวมมูลค่า 2,790 ล้านบาท สัดส่วน 3.0% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 2.774 ล้านบาท

“บริษัทเหล่านี้เน้นสร้างบ้านตลาดแมส ป้อนให้ประชาชนทั่วไปเป็นหลัก ถือเป็นบริษัทที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยไทย”

ที่ยืนแชมป์เก่า พฤกษาฯ-แลนด์ฯ

“ดร.โสภณ” ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในอดีตที่ผ่านมามีแชมป์เก่าที่ยังน่าจับตามอง 2 บริษัท ได้แก่ “พฤกษา เรียลเอสเตท” กับ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” รายละเอียดดังนี้

กรณี “บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท” เปิดตัว 5 โครงการใหม่ จำนวน 1,166 หน่วย รวมมูลค่า 5,957 ล้านบาท มีสัดส่วน 3.5% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 5.109 ล้านบาท

โดยพฤกษาฯ เคยครองสถิติเป็นแชมป์ตลอด 10 ปีก่อนหน้านี้ ถือเป็นบริษัทอสังหาฯ ที่มีโมเดลธุรกิจน่าสนใจมาก กล่าวคือ นอกจากจะพัฒนาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมแล้ว พฤกษาฯ มีการลงทุนอสังหาฯ ประเภทอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โรงพยาบาล และการลงทุนอื่น ๆ

โมเดลธุรกิจของพฤกษาฯ ทำให้มีรายได้ประจำ (รายได้ค่าเช่า หรือรายได้รีเคอริ่ง) สูงกว่ารายได้จากการขายที่อยู่อาศัย เหตุผลเพราะพฤกษาฯ ต้องการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของบริษัทในระยะยาว

อีกรายคือ “บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ในช่วงครึ่งแรก 2567 เปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการ 9,947 ล้านบาท จำนวน 602 หน่วย สัดส่วน 4.7% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 16.523 ล้านบาท

โดย แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้รับการยอมรับในฐานะเป็นพี่ใหญ่ของวงการอสังหาฯ ไทย เคยเป็นเจ้าของสถิติแชมป์ในยุค 10 กว่าปีที่ผ่านมา ปัจจุบันกลุ่มแลนด์ฯ ยังรักษาความคงเส้นคงวาในแง่การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาสูง และราคาปานกลางค่อนข้างสูง รวมทั้งแตกไลน์ลงทุนโครงการอสังหาฯ เพื่อเช่าที่สร้างรายได้มั่นคงในระยะยาว

จับตาซุปตาร์ “ลลิลฯ-ออริจิ้นฯ”

ในด้านบริษัทที่ต้องเอาปากกามาวง “ดร.โสภณ” ระบุว่า มีบริษัทใหญ่ที่น่าจับตามองอย่างน้อย 2 บริษัท ดังนี้

1.“บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดอันดับ 9 ในแง่จำนวนหน่วย ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 เปิดตัว 5 โครงการใหม่ จำนวน 1,032 หน่วย รวมมูลค่า 3,516 ล้านบาท สัดส่วน 3.1% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 3.407 ล้านบาท

โดย บมจ.ลลิลฯ เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงผู้บริหารเจเนอเรชั่นที่ 2 “ชูรัชฏ์ ชาครกุล” ในอนาคตน่าจะเติบโตได้อีกมาก

2.“บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ซึ่งเป็นอันดับ 8 ของตารางในแง่มูลค่าการพัฒนาโครงการ โดยเปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 7,609 ล้านบาท จำนวน 1,850 หน่วย มีสัดส่วน 3.6% ของทั้งตลาด มีราคาขายเฉลี่ยหน่วยละ 4.113 ล้านบาท

โดย “บมจ.ออริจิ้นฯ” มีการพัฒนาที่หลากหลายประเภทอสังหาฯ มีการลงทุนเชิงรุกทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดหัวเมืองภูมิภาค จุดเด่นมาจากการมีผู้บริหารที่มีศักยภาพสูงเป็นจำนวนมาก จึงน่าจะมีโอกาสเติบโตอีกมากเช่นกัน

1/8/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 1 สิงหาคม 2567 )

Thẻ

Xây dựng Tin tức Ngành Thái Lan
Chia sẻ bài viết này:

Bình luận (3)

Để lại bình luận

Tin liên quan

Tin khác bạn có thể quan tâm

การแจ้งเตือน E6
Nổi bật

การแจ้งเตือน E6

ทำไมระบบเครื่องปรับอากาศ UNI Aire จึงต้องมีการแจ้งเตือน E6 หลายคนอาจสงสัยว่า เครื่องปรับอากาศจำเป็นต้องมีระบบแจ้งเตือน E...

4 tuần trước Đọc thêm →

Thêm bạn LINE của chúng tôi

Nhận tin tức và thông tin xây dựng mới nhất qua LINE, cập nhật hàng ngày, miễn phí!

Tin tức tức thì, không bỏ lỡ cập nhật
Nội dung độc quyền cho thành viên LINE
Tư vấn chuyên gia ngay
Tải tài liệu miễn phí

Dịch vụ miễn phí, không tốn phí, hủy bất cứ lúc nào

Quét mã QR

LINE QR Code

Mở ứng dụng LINE và quét mã QR<br>hoặc tìm ID: @KENSETSU

LINE ID:

@KENSETSU
1

Mở ứng dụng LINE

2

Quét mã QR

3

Kết bạn

Người theo dõi LINE
24/7
Phục vụ mọi lúc
Cập nhật hàng ngày
100%
Dịch vụ miễn phí, không tốn phí, hủy bất cứ lúc nào

Trang web này sử dụng cookie để nâng cao trải nghiệm và phân tích lưu lượng truy cập. Bạn có thể chấp nhận hoặc từ chối. Đọc thêm trong Chính sách bảo mật